วัดบูรพาราม พระอารามหลวงเฉลิมพระเกียรติ

ประวัติวัดบูรพาราม
          สำหรับวัดบูรพาราม เป็นวัดที่เก่าแก่สร้างขึ้นสมัยกรุงธนบุรี มีอายุประมาณ 200 ปี เท่า ๆ กับอายุของ จ.สุรินทร์ โดย "พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์ จางวาง" หรือ (ปุม) เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก ร่วมมือกันสร้างกับชาวบ้าน เมื่อประมาณ พ.ศ. 2300-2330 ซึ่งตั้งชื่อในตอนนั้นว่า "วัดบูรพ์"
          แรกเริ่มเดิมที วัดนี้เป็นวัดมหานิกาย แต่ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2476 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสโสอ้วน) ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะมณฑล ได้อนุมัติให้วัดบูรพ์เป็นวัดในสังกัดคณะธรรมยุตและได้นิมนต์ พระราชวุฒาจารย์ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล ซึ่งปฏิบัติธุดงค์กรรมฐานอยู่ ให้มาประจำอยู่ที่วัดบูรพาราม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และร่วมเป็นคณะพระสังฆาธิการ
          วัดบูรพาราม ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 และเป็นวัดสำคัญของจังหวัดสุรินทร์  เนื่องมากจากเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของสุรินทร์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาพร้อมกับวัดบูรพาราม ประดิษฐานอยู่ในมณฑปจัตุรมุข นับเป็นปูชนียวัตถุที่ชาวสุรินทร์เคารพบูชาอย่างมาก
          นอกจากนี้ ยังเป็นวัดที่พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดุลย์ อตุโล) พระเถระสายพระกัมมัฏฐานด้านการภาวนาจิต ที่มีชื่อเสียงในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรม สายพระกัมมัฏฐาน ท่านได้เคยจำพรรษาอยู่ ณ วัดบูรพาราม ตั้งแต่ พ.ศ. 2477 จนกระทั่งมรณภาพ พ.ศ. 2526 ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ดุลย์ ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่ดุลย์ อตุโล พร้อมทั้งภาพประวัติพระเถระด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน อันประกอบด้วยพระอาจารย์เสาร์ พระอาจารย์มั่นและลูกศิษย์


 ที่ตั้ง
          วัดบูรพาราม มีเนื้อที่ทั้งสิ้น  10 ไร่ 65 ตารางวา  ตั้งอยู่ที่ ถ.จิตรบำรุง ต.ในเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์  โดยเส้นทางเข้าสู่วัดบูรพารามวัดบูรพารามตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จึงมีเส้นทางเข้าออกได้หลายเส้นทาง ได้แก่ ถนนกรุงศรีใน ถนนธนสาร และถนนจิตรบำรุง วัดบูรพารามตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์

 รายนามเจ้าอาวาส ตั้งแต่รูปแรกจนถึงปัจจุบัน
          (พ.ศ. 2400-พ.ศ. 2476 ไม่ทราบชื่อเจ้าอาวาส)
          1. พระราชวุฒาจารย์ (ดุลย์ อตุโล) พ.ศ. 2476-พ.ศ. 2526
          2. พระรัตนากรวิสุทธิ์ (เสถียร สถิโร) พ.ศ. 2526-พ.ศ. 2538
          3. พระราชวรคุณ (สมศักดิ์ ปณฺฑิโต) พ.ศ. 2539 ถึงปัจจุบัน

 ถารวัตถุ ปูชนียสถาน และสิ่งก่อสร้างที่สำคัญของวัด มีดังนี้
           พระอุโบสถหลังใหญ่ กว้าง 15 เมตร  ยาว 32 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2479 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2493 ปัจจุบันปรับปรุงโครงสร้างใหม่และมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติที่งดงาม
           วิหารจตุรมุข ประดิษฐานพระคู่เมือง (หลวงพ่อพระชีว์) แบบทรงไทย สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2506 ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2538 โดยปรับปรุงให้มีความวิจิตรมากขึ้น มีบันไดทางขึ้นวิหาร 2 ทาง มีรูปปั้นหุ่นพญานาคลักษณะศิลปไทยเลื้อยลงตามระเบียงบันไดทั้งสองข้าง
           พระปฏิมากร หลวงพ่อพระชีว์ เป็นพระพุทธรูปโบราณ ชาวเมืองนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่เมืองสุรินทร์ ประดิษฐานในวิหารจตุรมุข หน้าตักกว้าง 2 เมตร 9 เซนติเมตร สูง 3 เมตร 49 เซนติเมตร โดยประมาณ  ลักษณะปางสะดุ้งมาร มีพุทธลักษณ์ละม้ายไปทางศิลปะแบบขอมในยุคขอมเรืองอำนาจ สร้างเมื่อ พ.ศ. ไหนไม่แน่นอน
           พระปฏิมากร พระพุทธชินราชจำลอง พระประธานประจำวัด หน้าตักกว้าง 1 เมตร 49 เซนติเมตร สูง 2 เมตร 19 เซนติเมตร โดยประมาน ลักษณะปางสะดุ้งมาร ประดิษฐานในพระอุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2489
           พระปฏิมากร หลวงพ่อพระชีว์จำลอง องค์เล็ก หน้าตักกว้าง 89 เซนติเมตร สูง 1 เมตร 49 เซนติเมตร ประดิษฐานในวิหารหลวงพ่อพระชีว์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2541

           ศาลาอตุลเถระ ลักษณะทรงไทยคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น สำหรับใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลทั่วไป และใช้เป็นสถานที่อบรม ปฏิบัติธรรม สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2512
           อาคารโรงเรียน พระปริยัติธรรมวัดบูรพาราม ลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2513
           พิพิธภัณฑสถาน อตุลเถระลักษณะทรงไทยประยุกต์ สำหรับเก็บอัฐิธาตุ และบริขาร พระราชวุฒาจารย์    (หลวงปู่ดูลย์  อตุโล) และประดิษฐานรูปเหมือน หลวงปู่ดูลย์  อตุโล สร้างเมื่อ พ.ศ. 2527
           รูปปั้นเหมือนพระราชวุฒาจารย์ ขนาดหน้าตักกว้าง 82 เซนติเมตร สูง 2 เมตร 3 เซนติเมตร โดยประมาณ ประดิษฐานภายในพิพิธภัณฑสถาน อตุลเถระ
           รูปปั้นเหมือนพระราชวุฒาจารย์ ลักษณะหุ่นขี้ผึ้ง หน้าตักกว้าง 80 เซนติเมตร สูง 85 เซนติเมตร โดยประมาณ ประดิษฐานภายในพิพิธภัณฑสถาน อตุลเถระ
           ศาลาปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน (เบญจวรรณ) ลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น สำหรับใช้ปฏิบัติธรรม ทำวัตรเย็น ของพระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2540
           กุฏิสงฆ์ มีจำนวน 17 หลัง เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2511 ถึง พ.ศ. 2524 สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นแบบทรงไทย

          
 

 

 

ดวง


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :
image
image
image
image
 
 
 
 

Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+

จำนวนการเข้าชม : 3906